|
1
เมื่อ: มิถุนายน 24, 2010, 10:47:52 pm
|
||
| เริ่มโดย เดอะจิ๊กุ่ง - กระทู้ล่าสุด โดย เดอะจิ๊กุ่ง | ||
|
ค่าวยังมีหลาย บรรยายเอาไว้ แต่ยังบ่ได้ เอามา
บันทึกเอาไว้ ในเว็บนี้หนา ย้อนว่าเวลา ม่อนข้ามีหน้อย อิอิ ไหว้สาอาจ๋ารย์ครับ ว่างๆ จะเอามาลงเพิ่มครับ ช่วงนี้มัวกึ๊ดเรื่องก๋ารเรื่องงานครับ บ่ค่อยมีเวลาหื้องานอดิเรกสักเต้าใดครับ อิอิ |
||
|
2
เมื่อ: มิถุนายน 13, 2010, 09:03:04 pm
|
||
| เริ่มโดย เดอะจิ๊กุ่ง - กระทู้ล่าสุด โดย TANAN | ||
|
ยินดียิ่งแล้ว มิตรแก้วสหาย จิ๊กุ่งป้อจาย มาผายค่าวสร้อย
เอาค่าวเครือออน สองต๋อนสองสร้อย มาร้อยมาเรียง ตั๊ดนี้ รอเหล่าเมธา มาจ๋ามาจี๊ ใผบ่มาจี้ มาไจ เมธีค่าวจ๊อย หายจ้อยไปไหน บ่มีสักราย มาไขต่อถ้อย. |
||
|
3
เมื่อ: มิถุนายน 13, 2010, 08:47:04 pm
|
||
| เริ่มโดย เดอะจิ๊กุ่ง - กระทู้ล่าสุด โดย TANAN | ||
|
เข้ามาวันนี้ ก็บ่มีใผ เหลืออยู่สองจาย มาหมายตอบถ้อย
จิ๊กุ่งก็ดาย หายไปบ่หน้อย มาไกล๋จอยวอย เจ้นล้ำ มีใผพ่องจา จักมาเตื่อมก๊ำ มาจ้วยจดจ้ำ ค่าวซอ มาเต๊อะพี่น้อง มาถ้องเต๊อะหนอ มาเขียนค่าวซอ มาต่อค่าวสร้อย. |
||
|
4
เมื่อ: พฤษภาคม 02, 2010, 08:43:44 pm
|
||
| เริ่มโดย เดอะจิ๊กุ่ง - กระทู้ล่าสุด โดย เดอะจิ๊กุ่ง | ||
|
ใบลานเก่าก่อนกี้ เมินมา เปิ้นแต่งเป๋นตำรา เลิศล้ำ แต่ว่าบะเด่วนา ขอบอก ปลวกยอกปลวกกิ๋นย้ำ น่าจ๊ำ หมองใจ๋ ตั๋วเมืองของเก่าเกื้อ เมินมา บันทึกเป๋นต๋ำรา บ่ไร้ สัปป๊ะศาสตร์วิชา เขียนอ่าน ไผพ่องจักช่างไจ๊ เขียนได้ อ่านเป๋น ไผไหนจักช่วยก๊ำ กำเมือง หื้อรุ่งเจริญเรือง ทั่วท้อง ได้เต้าหมู่คนเมือง จ้วยสืบ เจิญเต๊อะเจิญพี่น้อง ฮ่วมห้อง สืบสาน |
||
|
5
เมื่อ: พฤษภาคม 02, 2010, 08:23:08 pm
|
||
| เริ่มโดย เดอะจิ๊กุ่ง - กระทู้ล่าสุด โดย เดอะจิ๊กุ่ง | ||
|
นักค่าวมีน้อย นักจ๊อยก่อหาย ง่อมใจ๋เดียวดาย แต๊จายป้อเจ้า เหลียวซ้ายแลขวา ไปมาก่อเศร้า มีก้าหมู่เฮา เต้านั้น จ้างมันเต๊อะหนา เนอนาป้อจั๊น เต้าใดเต้าอั้น นอนาย ฮักค่าวอย่างนี้ บ่มีวันหาย จักบ่ลืมลาย สืบสายค่าวสร้อย เถิงแม้คนจ๋า จักมากั๋นหน้อย ก่อบ่สำออย อ่อนซ้อม แต่งค่าวประจ๋ำ นำมานอบน้อม ฝากเป๋นค่าวก้อม ต๋ามลาย มึนตึ๊บช่วงนี้ ไจ้ลี้หนีหาย ย้อนว่าคำจาย ก๋ารหลายแต๊เจ้า ก๋ารหลายแต๊เจ้า อิอิ งานนักคับอาจ๋ารย์ ว่าจะส่งซีดีหื้อยังบ่ได้ไปเลยครับ บ่ได้ลืมเน่อครับ |
||
|
6
เมื่อ: เมษายน 25, 2010, 07:18:02 pm
|
||
| เริ่มโดย เดอะจิ๊กุ่ง - กระทู้ล่าสุด โดย TANAN | ||
|
หลายเวลาแล้ว มิตรแก้วสหาย หนีไปตางใด หายไปไหนเสี้ยง
นักค่าวตังหลาย หนีไปหมดเกลี้ยง มาไร้สำเนียง ค่าวจ๊อย เปิ้นหนี้ไปไหน ญิงจายหนานน้อย ใจ๋เหลือเท่าก้อย หมดแฮง จึงมาเรียงร้อย ฝากถ้อยแถลง วันนี้ยามแลง มาแต่งค่าวก้อม |
||
|
7
เมื่อ: เมษายน 25, 2010, 06:54:34 pm
|
||
| เริ่มโดย เดอะจิ๊กุ่ง - กระทู้ล่าสุด โดย TANAN | ||
|
หอสมุดคนเก่าฮ้อง.......หอธรรม
หลายสิ่งหลากลำนำ.....สื่อไซร้ หากคนจื่อจดจ๋ำ...........เฮียนฮ่ำ หมั่นนา คนง่าวเป๋นปราชญ์ได้...จื่อไว้กำสอน. |
||
|
8
เมื่อ: เมษายน 25, 2010, 06:40:38 pm
|
||
| เริ่มโดย เดอะจิ๊กุ่ง - กระทู้ล่าสุด โดย TANAN | ||
|
จุเฮาเมาอยู่ได้.........นางเหย
นางบ่สนเฮาเลย......หมู่นี้ โทรหาบ่ฮับเฉย.......เฮาหวั่น ไหวนา เฮาห่วงนางหลบลี้...เบ่นหน้าหนีไกล๋ |
||
|
9
เมื่อ: เมษายน 25, 2010, 06:21:59 pm
|
||
| เริ่มโดย เดอะจิ๊กุ่ง - กระทู้ล่าสุด โดย TANAN | ||
|
ความเหงาความง่อมเข้า...มาไจ
จักนั่งยืนเตวไส-..............ยาสน์กลิ้ง เยียะหยังสิ่งอันใด............ก็บ่ ม่วนแล จักมั่วเมาดื่มดริ้งค์............ห่อนได้หายเหงา |
||
|
10
เมื่อ: เมษายน 12, 2010, 06:59:56 pm
|
||
| เริ่มโดย เดอะจิ๊กุ่ง - กระทู้ล่าสุด โดย เดอะจิ๊กุ่ง | ||
![]() ชีวประวัติของพญาพรหมโวหาร พญาพรหมหรือ พญาพรหมโวหาร ท่านมีเชื้อสายทางตระกูล "เจ้าเจ็ดตน" ซึ่งเป็นลูกหลานของทิพย์ช้างวีรบุรุษแห่งเขลางค์นคร บิดาของพญาพรหมชื่อ แสนเมืองมา เป็นผู้รักษากุญแจคลังหลวงของเจ้าลำปางหลวง มารดาชื่อเป็ง เดิมพญาพรหมชื่อ พรหมมินทร์ เกิดที่ลำปาง พ.ศ. ๒๓๔๕ ปีจอ จัตวาศก (จ.ศ.) ๑๑๖๔ บ้านในตรอกตรงข้ามวัดใต้ดำรงธรรม พรหมมินทร์ได้ศึกษาอักขรภาษาที่วัดสิงห์ชัย และต่อมาก็บรรพชาที่วัดนั้นเอง เมื่ออายุ ๑๗ ปี มีอาจารย์ชื่ออุปนันโทเถระ ซึ่งรักใคร่เอ็นดูลูกศิษย์เนื่องจากความที่เป็นเด็กฉลาดเฉลียว หลังจากอุปสมบทเป็นภิกษุได้สามพรรษา อาจารย์จึงฝากไว้ในสำนักของพระอาจารย์ปินตา วัดสุขมิ้น เชียงใหม่ หลังจากอยู่เชียงใหม่ได้ราวสามปี จึงลาอาจารย์กลับไปนครลำปางและลาสิกขาบท โดยก่อนลาก็ได้แต่งค่าว "ใคร่สิก" เมื่อสึกออกมาแล้ว หนานพรหมมินทร์ รับจ้างแต่งค่าวซอ แต่งค่าวให้บ่าวสาว และขณะเดียวกันก็รับจ้างเขียนคำร้องที่ศาลาลูกขุนไปด้วย สมัยนั้น กวีที่มีชื่อคือ พญาโลมะวิสัยผู้แต่งค่าวหงส์หิน ท่านเป็นเพื่อนกับแสนเมืองมา (บิดาของพรหมมินทร์) เมื่อบิดาเห็นบุตรมีใจรักทางกวีจึงนำไปฝากฝังกับ พญาโลมะวิสัย ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งอาลักษณ์ในราชสำนักเจ้าหลวงลำปาง เมื่อถวายตัวเป็นมหาดเล็กของเจ้าหลวง จึงได้ฝึกงานในแผนอาลักษณ์กับพญาโลมะวิสัยนี้เอง คราวที่พญาโลมะวิสัยนำค่าวหงส์หินถวายเจ้าหลวงลำปาง ซึ่งได้โปรดให้ตรวจชำระอีกครั้งหนึ่งเพื่อความไพเราะยิ่งขึ้น พรหมมินทร์ก็มีโอกาสได้แสดงความสามารถในด้านกวีเมื่อได้เข้าร่วมตรวจชำระด้วย ซึ่งก็ทำให้เจ้าหลวงโปรดปรานมาก จึงแต่งตั้งให้เป็นพญาพรหมโวหาร กวีประจำราชสำนัก และได้รับตำแหน่งพญาพรหมโวหารแต่นั้นมา พญาพรหมโวหารสมรสกับเจ้าสุนา ณ ลำปาง กล่าวกันว่า พญาพรหมโวหารมีภรรยาถึง ๔๒ คน คนสุดท้ายชื่อ บัวจม นอกจากความสามารถทางด้านกวีแล้ว พญาพรหมยังมีความรู้ในศาสตร์อื่นๆ อีกเช่น ไสยศาสตร์ โหราศาสตร์ และคชศาสตร์ ซึ่งในด้านคชศาสตร์นี้เอง ท่านพญาหรหมโวหารได้แต่งค่าวแสดงคุณลักษณะต่างๆ ของช้าง ได้แก่ ค่าวพรรณนางาช้าง ค่าวช้างหลับหรือคำกล่อมขวัญช้าง ค่าวช้างขึด ค่าวช้างขึดมีที่มาจากเมื่อครั้งที่มีคนช้างมากราบทูลเจ้าวรญาณรังสี ว่ามีช้างงามต้องลักษณะตัวหนึ่งที่เมืองแพร่ โดยเจ้าของจะขายเพียง ๒,๐๐๐ ท็อก (เงินล้านนาสมัยก่อน) เจ้าวรญาณรังสีจึงมอบเงินให้แก่พญาพรหมโวหาร เพื่อไปดูช้างและซื้อกลับมาหากช้างนั้นต้องลักษณะจริง เมื่อพญาพรหมโวหารออกเดินทางและแวะพักที่บ้านป่าแมด ก็หมดเงินจำนวนนี้ไปกับการพนัน ด้วยเกรงความผิดจึงแต่งค่าวช้างขึด เพื่อส่งไปถวาย ทำให้พ่อเจ้าวรญาณรังสีกริ้ว และทรงประกาศิตว่า "หากไอ้พรหมมาละกอน (ลำปาง) วันใด หัวปุดวันนั้น" ด้วยเหตุนี้เองพญาพรหมโวหารจึงต้องอยู่เมืองแพร่และได้พบกับนางบัวจม ที่แพร่นี้พญาพรหมก็เกือบเอาชีวิตไม่รอดจากการ ตัดสินประหารของพ่อเจ้าวิชัยราชา ต่อมาก็หลบหนีไปอยู่เมืองลับแลกับนางบัวจมและค้าขายเลี้ยงชีพ ภายหลังนางบัวจมหนีกลับแพร่ พญาพรหมจึงแต่งค่าวฮ่ำนางจม ซึ่งถือเป็นอมตะกวีที่มีคุณค่าแห่งล้านนาอีกชิ้นหนึ่ง พญาพรหมระหกระเหินไปรับราชการที่เชียงใหม่กับเจ้ากาวิโรรสสุริยวงศ์ เมื่อพ.ศ. ๒๔๐๔ ช่วงสุดท้ายของชีวิตได้แต่งงานใหม่อีกครั้งกับเจ้าบัวจันทร์ เมื่ออายุ ๖๐ ปี และถึงแก่กรรมเมื่ออายุได้ ๘๕ ปี พ.ศ. ๒๔๓๐ ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.212cafe.com/boardvip/view.php?user=cm99&id=1233 |
||







